Thursday, September 3, 2026

สิทธิประโยชน์ ของสภากาชาติไทย


สิทธิประโยชน์ ของสภากาชาติไทย 

/ มาบริจาคเลือดกันเถอะ


นี่คือเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นจริง ๆ เป็นผลมาจากการบริจาคโลหิตโดยแท้ !!!
รุ่นพี่ของเราคนหนึ่ง อายุประมาณ 35 ปี ทำงานอยู่ที่ ทีพีไอ สำนักงานใหญ่

ซึ่งบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี ผลการตรวจล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว
 ปรากฎว่า พี่เค้าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ซึ่งคุณหมอก็งงเหมือนกัน เพราะเกือบทั้งหมดของคนที่
เป็นโรคนี้ มักเป็นมาแต่กำเนิด หลัง ทราบผล พี่เค้าก็ไปปรึกษาคุณหมอ สรุปว่า ทางเดียวที่
จะรอดได้ก็ต้องผ่าตัด เพื่อดูว่าสามารถซ่อมลิ้นหัวใจได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนใหม่
หลังจากปรึกษาที่ รพ.เซ็นหลุยส์ ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดประมาณ 3 - 4 แสนบาท จึงลองไป
ปรึกษาที่ รพ.จุฬาฯ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 1 แสนกว่า ๆ จึงตัดสินใจไปผ่าตัดที่ รพ.จุฬาฯ
แต่ก่อนหน้านี้ พี่เค้าบริจาคเลือดทุก ๆ 3 เดือนมาโดยตลอด รวมทั้งหมดที่บริจาคก็ 49 ครั้ง
และพี่เค้าก็ได้รับคำแนะนำมาว่า ทางสภากาชาดจะช่วยเหลือในส่วนของค่าห้องในการพักรักษาตัวได้
 จึงได้ไปขอจดหมายรับรองจากสภากาชาดไว้ว่า ได้บริจาคเลือดจำนวนครั้งเท่านี้จริง อย่างน้อยก็
จะได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้บ้าง พี่เค้าได้รับการผ่าตัดเรียบร้อย เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 48 วันที่ออกจาก
รพ. ก็ต้องไปเคลียร์ค่าใช้จ่าย ซึ่งทั้งหมดเป็นเงิน 110,000 บาท แต่พี่เค้าต้องจ่ายจริง คือ
ค่ายาเพียง 9,800 บาทเท่านั้น เพราะสรุปว่า สภากาชาดออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ เจ้าหน้าที่ของ
รพ. แจ้งว่า ได้รับสิทธิ์เหมือนกับข้าราชการคนหนึ่ง ส่วนของค่ายาที่ต้องจ่ายเองนั้น เพราะเป็นยา
บัญชีประเภทสอง ซึ่งถึงจะเป็นข้าราชการก็ต้องจ่ายส่วนนี้เองเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ยังแนะนำอีกว่า
เพียงแค่คุณบริจาคเลือดกับสภากาชาดอย่างน้อย 24 ครั้ง คุณก็จะได้รับสิทธิประโยชน์นี้เหมือน
ที่รุ่นพี่เราได้รับไปแล้ว
นี่ถือเป็นโชค 2 ชั้นเลยนะ ได้บุญจากการบริจาคเลือดแล้ว ยังเหมือนได้ประกันแถมมาอีก ถ้าใคร

มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี ก็พยายามไปบริจาคเลือดไว้นะ แต่ ขอย้ำว่า นับเฉพาะที่บริจาค
ไว้กับสภากาชาดเท่านั้นนะ



สิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิตค่ะ
1. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์

 ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้ ไม่เกินร้อยละ 50
2. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์

ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล + ค่าห้องพิเศษและค่าอหาร ได้ร้อยละ 50
3. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์

ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล 100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
4. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์

" ขอพระราชทานเพลิงศพ " ได้เป็นกรณีพิเศษ ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น
 ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ *
5 ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ ตรวจวิเคราะห์

สารเคมีในโลหิตได้ เช่น ตรวจหาน้ำตาล , ไขมัน , การทำงานของตับ ,
การทำงานของไต ฯลฯ โดยผู้บริจาคโลหิตสามารถใช้สิทธิ์ได้ ปีละ 1 ครั้ง

เพื่อน ๆ พี่ ๆ คนใด ที่ น้ำหนักตัวเกิน 45 ก.ก. ไม่มีโรคประจำตัว

ไม่ต้องทานยาเป็นประจำ ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ อยากจะชวนไปช่วยกัน
บริจาคเลือดทุก ๆ 3 เดือนเป็นประจำนะคะ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ มักจะไปบริจาค
กันปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งก็คือ "วันเฉลิมฯ" ทำให้ช่วงวันเฉลิมจะมีเลือดเข้าสภากาชาด
เยอะจนล้น แต่ในขณะที่ไม่ใกล้กับวันเฉลิมฯ จะมีปัญหาเรื่องเลือดหมดคลัง จึงอยาก
จะชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ ไปบริจาคเลือดกันนะคะ เพราะนอกจากเราจะได้ทำบุญช่วยชีวิตเพื่อน
มนุษย์แล้ว ยังเป็นการตรวจสุขภาพตัวเราเองไปในตัวด้วยนะคะ เพราะถ้าหากสุขภาพเราไม่ดี
 ทางสภากาชาดเค้าก้อไม่รับบริจาคโลหิตจากเรานะคะ


 
 
 
ประโยชน์ของสมาชิกสภากาชาดไทย
รายละเอียด : ผู้ที่เป็นสมาชิกสภากาชาดทุกประเภท มีสิทธิดังนี้
1. เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของสภากาชาดไทย คือ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชาจะได้ลดอัตราค่าห้อง ค่าผ่าตัด ร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนด
2. เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
จะได้ลดอัตราค่าห้องร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนด (ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข) หลักฐานที่สมาชิกสภากาชาด
ไทยจะต้องนำไปแสดงในการขอรับการรักษาพยาบาลต่อเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้แก่
ประกาศนียบัตรของสมาชิกประเภทนั้นๆ และถ้าเป็นสมาชิกสามัญประจำปีต้องมีใบเสร็จรับเงินไปแสดงด้วย
3. ถ้าบิดาและมารดาเป็นสมาชิก เอกสิทธิของสมาชิกรวมถึงบุตรที่มีอายุต่ำกว่า
12 ปี ด้วย
4. การลดหย่อนค่าธรรมเนียมตามข้อ 2 จะมีผลต่อเมื่อสมาชิกมิได้ค้างชำระ
หนี้แก่สภากาชาดไทยในขณะที่ขอรับประโยชน์ดังกล่าว และต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนตามกำหนด ดังนี้
(1) สมาชิกพิเศษ จะได้รับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่วันที่เป็นสมาชิก
(2) สมาชิกกิตติมศักดิ์ จะได้รับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล เมื่อมีชื่ออยู่ใน
ทะเบียนสมาชิกเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน
(3) สมาชิกวิสามัญ จะได้รับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลต่อเมื่อมีชื่อ
อยู่ในทะเบียนสมาชิกเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน
(4) สมาชิกสามัญตลอดชีพ จะได้รับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลต่อเมื่อ
มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมาชิกเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 9 เดือน
(5) สมาชิกสามัญ จะได้รับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล ต่อเมื่อมีชื่ออยู่ใน
ทะเบียนสมาชิก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
5. บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภากาชาด แต่ได้ประโยชน์บางอย่าง ได้แก่
(1) ผู้บริจาคโลหิตให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย หรือ
สาขาบริการโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป รวมจำนวนโลหิตแล้วไม่น้อยกว่า 140 ซีซี มีสิทธิเทียบเท่าสมาชิกสามัญตลอดชีพ
(2) บุคคลผู้บริจาคโลหิตให้ศูนย์บริการโลหิต หรือสาขาบริการโลหิตตั้งแต่
24 ครั้งขึ้นไป สถานบริการสาธารณสุขรักษาพยาบาลให้โดยไม่คิดมูลค่า แต่ถ้าอยู่ห้องพิเศษให้เรียกเก็บค่าห้องเพียงร้อยละ
 50 ของอัตราที่กำหนดและให้มีสิทธิเฉพาะตัว (ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2525
(แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2527) และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532)
(3) สมาชิกอาสากาชาดที่ได้รับการอบรมหลักสูตรอาสากาชาดปฏิบัติภารกิจ
ของอาสากาชาดอย่างสม่ำเสมอจนครบ 1 ปี ตามระเบียบปฏิบัติของอาสากาชาดเมื่อเจ็บป่วยและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ของสภากาชาดไทย อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชาจะได้รับสิทธิลดค่าห้อง
ค่าผ่าตัด ร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนด



ประกาศเมื่อวันที่ 21 มกราคม. 2552

Monday, August 24, 2026

ความต้องการของมนุษย์ 3

 ทฤษฎีความต้องการตามแนวความคิดของเมอร์เรย์ (Murray)

 
เมอร์เรย์มีความคิดเห็นว่า ความต้องการเป็นสิ่งที่บุคคลได้สร้างขึ้นก่อให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้ง ความต้องการนี้บางครั้งเกิดขึ้นเนื่องจากแรงกระตุ้นภายในของบุคคล และบางครั้งอาจเกิดความต้องการเนื่องจากสภาพสังคมก็ได้ หรืออาจกล่าวได้ว่า ความต้องการเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากสภาพทางร่างกายและสภาพทางจิตใจ นั่นเอง ทฤษฎีความต้องการตามหลักการของเมอร์เรย์สามารถสรุปได้ดังนี้ (โยธิน ศันสนยุทธ , 2530 : 36)
 
1. ความต้องการที่จะเอาชนะด้วยการแสดงออกความก้าวร้าว (Need for Aggression) ความต้องการที่จะเอาชนะผู้อื่น เอาชนะต่อสิ่งขัดขวางทั้งปวงด้วยความรุนแรง มีการต่อสู้ การแก้แค้น การทำร้ายร่างกาย หรือฆ่าฟันกัน เช่น การพูดจากระทบกระแทกกับบุคคลที่ไม่ชอบกัน หรือมี ปัญหากัน เป็นต้น

2. ความต้องการที่จะเอกชนะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ (Need for Counteraction) ความต้องการที่จะเอาชนะนี้เป็นความต้องการที่จะฟันฝ่าอุปสรรค ความล้มเหลวต่างๆ ด้วยการสร้างความ
พยายามขึ้นมา เช่น เมื่อได้รับคำดูถูกดูหมิ่น ผู้ได้รับจะเกิดความพากเพียรพยายามเพื่อเอาชนะคำ สบประมาทจนประสบความสำเร็จเป็นต้น

3. ความต้องการที่จะยอมแพ้ (Need for Abasement) ความต้องการชนิดนี้เป็นความต้องการที่จะยอมแพ้ ยอมรับผิด ยอมรับคำวิจารณ์ หรือยอมรับการถูกลงโทษ เช่น การเผาตัวตายเพื่อประท้วงระบบการปกครอง พันท้ายนรสิงห์ไม่ยอมรับอภัยโทษ ต้องการจะรับโทษตามกฎเกณฑ์ เป็นต้น

4. ความต้องการที่จะป้องกันตนเอง (Need for Defendant) เป็นความต้องการที่จะป้องกันตนเองจากคำวิพากย์วิจารณ์ การตำหนิติเตือน ซึ่งเป็นการป้องกันทางด้านจิตใจ พยายามหาเหตุผลมาอธิบายการกระทำของตน มีการป้องกันตนเองเพื่อให้พ้นผิดจากการกระทำต่างๆ เช่น ให้เหตุผลว่าสอบตกเพราะครูสอนไม่ดี ครู อาจารย์ที่ไม่มีวิญญาณครู ขี้เกียจอบรมสั่งสอนศิษย์ หรือประเภท "รำไม่ดีโทษปีโทษกลอง"

5. ความต้องการเป็นอิสระ (Need for Autonomy) ความต้องการชนิดนี้เป็นความต้องการที่ปรารถนาจะเป็นอิสระจากสิ่งกดขี่ทั่ง ปวง ต้องการที่จะต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเป็นตัวของตัวเอง

6. ความต้องการความสำเร็จ (Need for Achievement) คือ ความต้องการที่จะกระทำสิ่งต่างๆ ที่ยากลำบากให้ประสบความสำเร็จจากการศึกษาพบว่า เพศชายจะมีระดับความต้องการความสำเร็จมากกว่าเพศหญิง

7. ความต้องการสร้างมิตรภาพกับบุคคลอื่น (Need for Affiliation) เป็นความต้องการที่จะทำให้ผู้อื่นรักใคร่ ต้องการรู้จักหรือมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ต้องการเอาอกเอกใจ มีความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนฝูง พยายามสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลอื่น

8. ความต้องการความสนุกสนาน (Need for Play) เป็นความต้องต้องการที่จะแสดงความสนุกสนาน ต้องการหัวเราะเพื่อการผ่อนคลายความตึงเครียดมีการสร้างหรือเล่าเรื่องตลกขบ ขัน เช่น มีการพักผ่อนหย่อนใจมีส่วนร่วมในเกมกีฬาเป็นต้น

9. ความต้องการแยกตนเองออกจากผู้อื่น (Need for Rejection) บุคคลมักจะมีความปรารถนาในการที่จะแยกตนเองออกจากผู้อื่น ไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายกับบุคคลอื่น ต้องการเมินเฉยจากผู้อื่น ไม่สนใจผู้อื่น

10. ความต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น (Need for Succorance) ความต้องการประเภทนี้จะเป็นความต้องการให้บุคคลอื่นมีความสนใจ เห็นอกเห็นใจ มีความสงสารในตนเอง ต้องการได้รับความช่วยเหลือ การดูแล ให้คำแนะนำดูแลจากบุคคลอื่นนั่นเอง

11. ความต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือต่อบุคคลอื่น (Need for Nurture) เป็นความต้องการที่จะเข้าร่วมในการทำกิจกรรมในการทำกิจกรรมกับบุคคลอื่น โดยการให้ความช่วยเหลือให้บุคคลอื่นพ้นจากภัยอันตรายต่างๆ
 
12. ความต้องการที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้อื่น (Need for Exhibition) เป็นความต้องการที่จะให้บุคคลอื่นได้เห็น ได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวของตนเอง ต้องการให้ผู้อื่นมีความสนใจ สนุกสนาน แปลกใจ หรือตกใจในเรื่องราวของตนเอง เช่น เล่าเรื่องตลกขบขัน ไห้บุคคลอื่นฟังเพื่อบุคคลอื่นจะเกิดความประทับใจในตนเอง เป็นต้น

13. ความต้องการมีอิทธิพลเหนือบุคคลอื่น (Need for Dominance) เป็นความต้องการที่จะให้บุคคลอื่นมีการกระทำตามคำสั่งหรือความคิด ความต้องการของตน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตนมีอิทธิพลเหนือกว่าบุคคลอื่น

14. ความต้องการที่จะยอมรับนับถือผู้อาวุโสกว่า (Need for Deference) เป็นความต้องการที่ยอมรับนับถือผู้ที่อาวุโสกว่าด้วยความยินดี รวมทั้งนิยมชมชื่นในบุคคลที่มีอำนาจเหนือกว่า พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับบุคคลดังกล่าวด้วยความยินดี

15. ความต้องการหลีกเลี่ยงความรู้สึกล้มเหลว (Need for Avoidance of Inferiority) ความต้องการจะหลีกเลี่ยงให้พ้นจากความอับอายทั้งหลาย ต้องการหลีกเลี่ยงการดูถูก หรือการกระทำต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความละอายใจ รู้สึกอับอายล้มเหลว พ่ายแพ้

16. ความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงจากอันตราย (Need for Avoidance Harm) ความต้องการนี้เป็นความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดทางด้านร่างกาย ต้องการได้รับความปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

17. ความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงจากการถูกตำหนิหรือถูกลงโทษ (Need for Avoidance of Blame) เป็นความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการลงโทษด้วยการคล้อยตามกลุ่ม หรือยอมนับคำสั่งหรือปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของกลุ่มกฎเกณฑ์เพราะกลัวถูกลง โทษ

18. ความต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อย (Need for Orderliness) เป็นความต้องการที่จะจัดสิ่งของต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีความประณีต งดงาม

19. ความต้องการที่จะรักษาชื่อเสียง เป็นความต้องการที่จะรักษาชื่อเสียงของตนที่มีอยู่ไว้จนสุดความสามารถ เช่น การไม่ยอมขโมย แม้ว่าตนเองจะหิว หรือไม่ยอมทำความผิด ไม่คดโกงผู้ใดเพื่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เป็นต้น

20. ความต้องการให้ตนเองมีความแตกต่างจากบุคคลอื่น (Need for Contrariness) เป็นความต้องการที่อยากจะเด่น นำสมัย ไม่เหมือนใคร