Tuesday, June 23, 2026

พระพุทธเจ้าทำนาย


 

พระพุทธเจ้าทำนาย

      เมื่อปี พ.ศ. 2485 แปลจากศิลาจารึกในมหาวิหารเจตมหาเชตวัน

    สาธุ อะระหังสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเมตตามหาสรรพสัตว์ทั่วโลก 

ที่เกิดมาแล้วแต่ลำบากทั่วหน้า  ทุกชาติทุกศาสนาตามธรรมชาติ

เมื่ออาตมาเข้านิพพานแล้วครบ 5000 ปีเป็นที่สุด  

โลกจะหมุนเข้าใกล้จำนวนที่ตถาคตทำนายไว้ คือ  2500 ปี  

มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติเสียหนึ่งในระยะ 30ปี



สิ่งที่สาธุชนไม่เคยเห็นจะได้เห็น ไม่เคยพบจะได้พบ 

ยักษ์หินที่ถูกสาบให้หลับ กลับตื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งนัก 

ใกล้กับ พ.ศ. 2550 ยิ่งทวีกันใหญ่ขึ้นทุกทิวาราตรี


มนุษย์นอกศาสนาจะรบราฆ่าฟันกันจนถึงเลือดตน เองนองเต็มพื้นดิน   

พื้นน้ำจะลุกลามเผามนุษย์ไม่ขาดระยะ   

ต่างฝ่ายต่างทำลายเหมือนยักษ์กระหายเลือด


แผ่นดินจะลุกเป็นเปลวไฟ 

ต่างฝ่ายจะตายไปอย่างละครึ่งหนึ่งจึงจะล้มเลิก

ส่วนพุทธศาสนิกชน 

ผู้ทำแต่บุญเดินตามทางตถาคตสามารถระงับร้อนรุนแรง 

แต่หนีภัยพิบัติไม่พ้น

ไฟจะลุกลามทางทิศตะวันออกไหม้วัดวาอาราม สมณะชีพราหมณ์ 

จะอดอยากยากเข็ญ ลูกไฟจะตกจากฟ้าเหล็กกล้าจะผุดจากน้ำ 

สงครามจะเกิดทั่วทิศ ทหารจะเป็นเจ้า ข้าวสารจะขาดแคลน 

ทุกแคว้นจะอดอยาก พลูหมากจะหมดเปลือง สีเหลืองจะชนะ 

สีขาวจะแพ้ภัยในที่สุด ครุฑจะบินกลับฐาน คนจะกลับบำรุงพระ


    คำเตือน

  โลกมนุษย์กำลังเข้าสู่กลียุค จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติ 

จากดิน น้ำ ลม ไฟ จะเกิดมหาสงครามโลกครั้งที่สามตามมา 

มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่ง


    สำหรับประเทศไทย จะเริ่มตั้งแต่ปี 2550 คาดว่าจะได้รับภัยทางน้ำและไฟ

โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพฯ แผ่นดินจะยุบตัว

คลื่นน้ำจะพัดเข้าถล่มมีความสูงกว่า 200 เมตร

มนุษย์จะล้มตายมากกว่าครึ่ง น้ำจะเข้าช่องแคบสระบุรี 

และทางด้านตอนล่างของโคราชบางส่วน    

ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ 

สุดท้ายประเทศไทยจะเหลือประชากรประมาณ 30 %

ส่วนประเทศอื่นทั่วโลกจะเหลือเพียง 10% 

ประชาชนผู้รอดชีวิตส่วนมากจะสูญเสียสติสัมปชัญญะไม่ปลอดภัย

เหมือนเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา เพราะไม่เข้าใจบำเพ็ญฌานภาวนา 

ฉะนั้นอย่าหลงใหลในทรัพย์สินของตนให้มากนัก เพราะเมื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์

เงินทองจะไม่มีค่าเลยเพราะ มนุษย์ยุคนั้นจะนับถือกันที่ความดี และศีลธรรม


คำทำนายของสมเด็จ พุทฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)


        รัชกาลที่ 1   ทายว่า มหากาฬ    ( ทำลายเพื่อน พี่น้อง)

        รัชกาลที่ 2   ทายว่า ฌาณยักษ์   ( ชำนาญเวทมนต์)

        รัชกาลที่ 3   ทายว่า รักมิตร       ( มีการค้ากับต่างชาติมากมาย)

        รัชกาลที่ 4   ทายว่า สนิทคำ      ( ออกบวช)

        รัชกาลที่ 5   ทายว่า จำแขนขาด ( เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง และเขมร เพื่อปกป้อง อธิปไตย)

        รัชกาลที่ 6   ทายว่า ราชโจร      ( เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดกลุ่มโจรมากมาย มีการตั้งกองเสือป่าครั้งแรกของเมืองไทย)

        รัชกาลที่ 7   ทายว่า ชนร้อนทุกข์ (เกิดการเดินขบวนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย)

        รัชกาลที่ 8   ทายว่า ยุคทมิฬ      ( พระเจ้าแผ่นดินถูกลอบปลงพระชนม์)

        รัชกาล ที่ 9   ทายว่า ถิ่นกาขาว     ( มีฝรั่งเข้ามามากมาย นำเงินมาซื้อประเทศไทยให้เกิดวิกฤตการเงิน)

        รัชกาลที่ 10 ทายว่า ชาวศิวิไลย์   ( จะมีเหลือเฉพาะผู้ที่มีบุญเท่านั้นที่รอคอย เป็นยุคของพระศรีอริยเมตไตย)

      พระอิทร์พรหม ยมราช ได้สั่งไว้ว่า ถ้าบุคคลใดได้รู้แล้ว รับบอกต่อให้คนอื่นฟังรือพิมแจกตามกำลังศัทธา จะเกิดมหากุศลช่วยให้ท่านหลุดพ้นจากมหันตภัยพิบัติทั้งปวง

Thursday, June 18, 2026

ทำไมผู้ชายถึงเบื่อเมียหลวงแล้วหันไปหาเมียน้อย

 


ทำไมผู้ชายถึงเบื่อเมียหลวงแล้วหันไปหาเมียน้อย


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีคนถามไถ่กันเข้ามากมายและเป็นเรื่องที่สมควรตอบให้หายข้องใจกันซะที 
ความจริงเรื่องแบบนี้สามารถเอาไปเขียนได้เป็นเล่ม แต่ในที่นี้ขอสรุปความมาให้ฟังกันสั้นเลยก็คือ 
ถ้าคุณจะถามว่าทำไมผู้ชายถึงเบื่อเมียหลวงแล้วหันไปหาเมียน้อย 


ผมจะเล่าให้ฟังได้ดังนี้

จากการที่ไปสอบถามผู้ชายทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่ รุ่นอา รุ่นลุง รุ่นปู่ และอีกไม่รู้กี่รุ่น เรื่องการที่ผู้ชายจะบ่นเมียตัวเองคือความเคยชินครับ ความเคยชินนั้นเริ่มแรกมาจากการที่คนเราได้อยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลานาน จนเห็นความสวยของเมียตัวเองนั้นเป็นเรื่องธรรมดาหรือค่อนข้างจะน่าเบื่อไปด้วยซ้ำ

เรื่องแรกที่ผู้ชายมักจะบ่นก็คือ เรื่องสรีระ เรื่องสรีระนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้หญิงที่คุณควรจะดูแลตัวเองให้สวยสมวัย ไม่ใช่ไปแข่งกับเด็กๆรุ่นลูกรุ่นหลานเพราะอย่างไรมันก็คงสู้กันไม่ได้ เราต้องรู้ว่าแฟนเรานั้นเป็นคนชอบผู้หญิงหุ่นแบบไหน ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นในช่วงแรกๆที่เค้าเข้ามาจีบเรา เพราะถ้ามันไม่ตรงเสปคเค้า เค้าก็คงไม่จีบหรอกจริงไหม

เรื่องที่สองที่คุณควรจะระมัดระวังไว้ก็คือ เรื่องส่วนตัวของคุณ เรื่องแบบนี้ผู้ชายหลายคนบ่นมาก ตอนแรกๆที่จีบกันผู้ชายก็มักจะเป็นฝ่ายงอนง้อเข้ามาขอเข้าใกล้คุณในทุกๆ อิริยาบท ไม่ว่าจะอาบน้ำ แต่งตัว ซึ่งเรื่องแบบนี้มันจะดีแค่ตอนแรกๆ แต่พอหลังๆ แล้วผมแนะนำว่าอย่าทำ เพราะการอาบน้ำการแต่งตัวนั้นไม่ต่างอะไรกับการปรุงอาหาร อาหารเลิศรสที่มีหน้าตาสวยงามนั้น ถ้าจะให้ไปดูหลังครัวกันจริงๆ แล้ว บางทีคถุณอาจจะพบว่า ทั้งเศษผัก เศษหอม เขียงหั่น เรื่อยไปถึงเครื่องแกงนั้น มันดูสกปรกเลอะเทอะเพียงใด การที่คุณแต่งตัวต่อหน้าแฟนหรืออาบน้ำด้วยกันจนเป็นนิสัยนั้น ทำให้ผู้ชายเบื่อคุณเร็วมากขึ้นไปอีกเท่าตัวหนึ่งเลยทีเดียว

รุ่นพี่บางคนเคยเมาแล้วออกปากเล่าให้ฟังว่า ท่าทางที่ผู้หญิงล้างตัว ยกแข้งยกขา หรือสระผมแชมพูเต็มหัวขยี้ๆ ฟอกสบู่นั้น มัน turn off สำหรับเขาเพียงใด คุณอย่าไปนึงภาพดาราญี่ปุ่นที่อาบน้ำแบบเซ็กซี่ๆให้ดูเพราะความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น เรื่องแบบนี้เรื่อยรวมไปถึงการทำผมทำเผ้าหรือแต่งหน้า ที่พอแต่งเสร็จแล้วดูสวยงามแต่ขั้นนตอนการแต่งที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง กิ๊บติดเต็มหัว หรือการทาปากที่ผู้หญิงตอนทาต้องทำปากเป็นปลาบู่กันทุกคน อันนี้ก็เป็นภาพที่ติดตาผู้ชายได้ไม่แพ้กัน คือสรุปเอาง่ายๆเลยแล้วกันว่า คุณอย่าไปทำภาพหรือกิริยาอะไรที่ไม่น่าดู แล้วทำให้ติดตาเขาให้เขาเห็นเป็นอันขาด เพราะมันจะติดตามและทำให้หมดอารมณ์ทำให้เกิดความเคยชินกับความสวยของคุณขึ้นมาได้โดยง่ายและโดยเร็ว

ผมเคยเอาไปเล่าบอกผู้หญิงหลายคนและได้รับการเถียงกลับมาว่า ทีเขาทำทั้งตด ทั้งเรอ ทั้งแคะขี้ฟัน แถมปล่อยตัวเองลงพุง ฉันยังไม่ถือเลย แล้วผู้ชายจะมาถือเขาได้ไง ถ้าเถียงกันแบบนี้ก็ถือว่าจบกันครับ เพราะคุณไม่ถือ แต่ผู้ชายเขาถือ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ กรุณาหลีกเลี่ยงซะ

ข้อต่อไปที่ผู้ชายบ่นกันมาอีกก็คือเรื่องของการบ่นครับ ผู้หญิงที่อยู่กับผู้ชายไปนานๆนั้นหนีไม่พ้นเลยก็คือการบ่นว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ตั้งแต่ความรก ความสกปรก การมาสาย ไม่ยอมทำอะไรที่ตนเองต้องการ เรื่องการบ่นนั้นเห็นจะดูเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง แต่เป็นเรื่องรำคาญ ที่ติดหูผู้ชายอยู่มาก ผู้ชายหลายคนไม่มีอารมณ์กับแฟนก็เพราะเรื่องบ่นนี่แหละ เคยมีคนมาระบายให้ฟังหลายคนอยู่ว่า “พี่ๆ พี่คิดดูนะ ตอนเช้าตื่นมาเมียบ่นเรื่องตื่นสาย แล้วก็บ่นเรื่องเสื้อผ้ารก แล้วก็ตามไปบ่นเรื่องอาหารเช้าที่อาจจะกินหกเลอะ และก็โทรตามมาจิกตอนพักเที่ยงว่าไปกับใครอยู่ที่ไหน ช่วงบ่ายก็โทรมาอีกครั้ง ไม่มีธุระโทรมาไปงั้นแหละ ตอนเย็นก็โทรมาถามว่าจะกลับบ้านกี่โมง ให้รับกลับเร็วๆ อย่าเถลไถล พอบอกว่าต้องไปกินข้าวกับที่ทำงานก็ซักไซ้ไล่เลียงว่าจะไปกับใครราวกับคนจะกระทำผิดพร้อมสำทับแถมท้ายว่าอย่าให้จับได้ กินข้าวอยู่กับนายคำแรกโทรศัพท์ก็ดัง ถามว่าจะออกจากร้านหรือยัง กลับถึงบ้านโดนกระแนะกระแหนเก็บดอกอีกหน่อย ก่อนเข้าไปนอน แล้วอย่างนี้พี่คิดว่าคืนนั้นจะให้ผมมีอารมณ์กุ๊กกิ๊กกะเขาไหวหรือพี่” เรื่องนี้ผมได้ฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าเห็นใจ แต่ก็เห็นผู้ชายที่มีเมียโดนกันทุกคน


คุณผู้หญิงอย่าไปคิดนะครับว่าการบ่นการจิกหรือการทะเลาะนั้นไม่มีผลอะไร หรือพรุ่งนี้เลิกบ่นก็หายแล้ว ภาพความเซ็งเสียงของตอนบ่นนี่มันสามารถแทรกซึมเข้าไปในโสตประสาทติดหูติดตาอยู่นานนับเดือนเลยทีเดียว ที่ทำให้ผู้ชายรู้สึกเบื่อหน่ายชินชากับคุณ




ขอให้โชคดีกันทุกคนครับ